Blog

Social media Engagement Matrix

Social media Engagement Matrix
Published by admin in Blog, Facebook app, Marketing, Product & services with no comments

Social media Engagement Matrix

ทุกวันนี้หลายๆองค์กรได้สร้างช่องทางการสื่อสารไปยังผู้บริโภคโดยทำการสื่อสารผ่าน Social Media อย่างFacebook แน่นอนว่าคือการสร้าง Fan page  ขององค์กร ขึ้นมาเพื่อกระจายข่าวสารประชาสัมพันธ์ รับฟังความคิดเห็นของกลุ่มลูกค้าตนเอง การเล่นเกมแจกของรางวัลต่างๆเพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีระหว่าง Brandกับกลุ่มลูกค้าขององค์กร

แต่เราจะวัดผลได้อย่างไรว่า การโพส Content ต่างๆ  Contentประเภทใดที่มีประสิทธิผลต่อการสร้างการมีส่วนรวม(Engagement)กับสมาชิกใน fan page ขององค์กรได้อย่างตรงจุดและเป็นทิศทางที่ถูกต้องมีประสิทธิภาพ

และสิ่งที่องค์กรควรจะต้องรู้เพื่อวางรูปแบบ Content ที่เหมาะกับกลุ่มสมาชิกในเพจ นั่นก็คือสถิติ insights ของสมาชิกเพจ การรู้ insights เพื่อกำหนดการเลือกใช้เครื่องมือกลยุทธ์ทางการตลาด ที่เหมาะสม

โดย Fan Page Insights มีหัวข้อสำคัญ 6 หัวข้อ

1.Posting History : การเช็คประวัติการโพสของเพจ โดยดูว่าประเภทของ Content ใดได้รับความสนใจจากสมาชิกเพจมากที่สุดเช่น Status,Picture,Link,Video,Question,Offer,Music,Slide โดยดูจากจำนวน Like ,share,comment เป็นต้น  เมื่อเรารูปประเภทของContentแล้วก็สามารถกำหนดทิศทางการโพสในครั้งต่อๆไปเพื่อเพิ่มจำนวน Engagement ของสมาชิกเพจ

2.TIME Identify: ปัญหาของช่วงเวลาที่ผู้ดูแลเพจควรจะทราบว่าช่วงวัน เวลาไหนที่ควรจะโพสแล้วได้รับความสนใจจากสมาชิกเพจมากที่สุด เพื่อจะได้ทราบว่าการประชาสัมพันธ์ หรือสื่อสารข้อมูลอะไรออกไปแล้วได้รับความสนใจจากสมาชิกเพจ

ตัวอย่าง เช่น ถ้ากลุ่มเป้าหมายขององค์กรคือคนทำงาน    ในช่วงวันเวลาที่สร้างการมีส่วนร่วมจากสมาชิกเพจได้มาก คือ วันจันทร์ถึงศุกร์ เพราะ ในช่วงเวลา ประมาน 7.00 น.โมงถึง 12.00น. เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่เดินทางไปทำงานคนส่วนใหญ่ใช้ช่วงเวลาดังกล่าวเพื่ออัพเดทข่าวสาร  ทำให้เกิดการกดlike, share หรือcomment มากกว่าช่วงเวลาอื่น  ดังนั้นทางองค์กรควรจะหาContent ที่น่าสนใจ ตรงใจกลุ่มเป้าหมาย(ดูจาก Posting History) เพื่อสร้างการมีส่วนรวมให้มีประสิทธิภาพต่อไป

3.Posting frequency :  บางครั้งเราไม่รู้ว่าจำนวนการโพสแต่ละวันมีมากหรือน้อยเกินไป ถ้ามีมากเกินไปอาจ  สร้างความลำคาญให้กับสมาชิกเพจได้ เพราะฉะนั้นควรโพสแต่สิ่งที่สำคัญไม่ควรโพสโดยไร้จุดประสงค์  แต่ถ้าโพสน้อยเกินไปอาจทำให้เสียโอกาสที่จะสื่อสาร หรือมีความสัมพันธ์กับสมาชิกเพจได้เช่นกัน

4.TYPE Extract the most engaging post types : การเลือกประเภทของContent ที่ดีในสร้างEngagement

 

ใช้ Model Engagement Matrix : แบ่งออกเป็น 4ด้าน

1.ช่องด้านบนขวาคือ ช่องที่มีระดับEngagementจากสมาชิกเพจมากที่สุด โดยมีการโพสบ่อยที่สุดด้วย เพราะฉะนั้นการเลือก Content ที่อยู่ช่องนี้ควรทำการโพสให้บ่อยสม่ำเสมอ

2.ช่องขวาล่างเป็นพื้นที่ที่ควรจะปรับปรุงเนื้อหาในการโพสให้ดีขึ้น เพราะEngagementน้อย

3.ช่องซ้ายบนเป็นพื้นที่ที่มีการได้รับEngagementจากสมาชิกเพจที่ดีแล้ว แต่ควรเพิ่มความถี่ในการโพสให้มากขึ้น

4.ช่องซ้ายล่างเป็นพื้นที่ที่ควรปรับปรุงหรือเพิ่มความถี่ในการโพสให้บ่อยขึ้น หรือหาContentอื่นมาโพสแทนเนื่องจากมีEngagementน้อย

 

5.Success Rate by post type:การเก็บข้อมูลสถิติตลอดทั้งเดือนว่าประเภทContent ของการโพส เช่น รูปภาพ วีดิโอ ลิ้ง เป็นต้น ในแต่ละประเภทมีจำนวนกด like , share ,comment เป็นจำนวนเท่าไหร่ทำให้องค์กรนำสถิติมาเปรียบเทียบกันในแต่ละเดือนได้ว่าค่าเฉลี่ยEngagementของสมาชิกเพจมีมากขึ้นหรือน้อยลงเพราะอะไร เพื่อนำไปสู่การวางรูปแบบประเภท Content ในการโพสครั้งต่อไป

6.Length of posts : การโพสที่มีประสิทธิภาพควรเป็นโพสสั้นๆและเข้าใจง่าย เพราะถ้ายาวมากผู้อ่านจะไม่อยากรับสาร โดยตัวการโพสที่ดีควรใช้รูปประกอบ รวมทั้งการบรรยายสั้นๆทำให้สมาชิกเพจเข้าใจได้ง่าย

จากทั้ง 6 ข้อข้างต้นจะเห็นได้ว่าประเภทของ Content และเวลาที่เหมาะสมเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ต่อการสร้าง Engagementกับสมาชิกเพจ ส่วนความถี่ของการโพส,จำนวนความยาวของContent ก็เป็นสิ่งสำคัญที่ควรนำมาประกอบด้วยเช่นกัน ซึ่งทางองค์กรต่างๆสามารถนำข้อมูลที่ได้มาบริหารจัดการ Fan page ของตน เพื่อพัฒนาให้เป็นไปในรูปแบบ Content หรือกิจกรรมที่ตรงกับบุคคลิก Brand และตรงใจสมาชิกหรือกลุ่มลูกค้าให้ได้มากที่สุด

No comments yet

Post Your Comment

You must be logged in to post a comment.